จดหมายถึงทุกท่านที่กำลังตัดสินใจเรียนแพทย์ที่จีน

by docjin

ถึงบุคคลทีเกี่ยวข้องและเพื่อนร่วมคณะชาวไทยทุกคน

ผมทราบดีว่าขณะนี้คงมีหลายๆคนไม่พอใจในสิ่งที่ผมกระทำกับทางมหาวิทยาลัย

ผมไม่ถือโทษโกรธคำพูดที่พวกคุณต่อว่าผม เพราะคุณเองก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นกัน

แต่ก่อนที่จะตัดสินผม ผมหวังว่าพวกคุณจะมีจุดยืนที่ชัดเจน

มีข้อมูลมากพอก่อนที่จะพูดอะไรออกมาและพิจารณาว่ามันเป็นผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน

ผมไม่ได้มีอคติกับทางมหาวิทยาลัยเป็นการส่วนตัวหรือจ้องที่จะจับผิด

ที่ผมทำเพราะว่าผมต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนักศึกษาแพทย์ไทยใน Huazhong University

of Science and Technology ณ เมือง Wuhan ประเทศจีน ผมกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นปีสี่ในหลักสูตร

MBBS ซึ่งผมก็มีประสบการณ์และรู้เรื่องราวต่างๆมากพอเกี่ยวมหาวิทยาลัยแห่งนี้

ผมไม่ต้องการให้คนอื่นๆเผชิญประสบการณ์อันเลวร้ายอย่างที่ผมเคยมี

การถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้คือสิ่งที่ผมพยายามจะช่วยพวกคุณ

ผมได้รับข้อความที่กล่าวหาว่าผมติการสอนของมหาวิทยาลัยเพราะว่าผมไม่เรียนศัพท์ภา

ษาจีนทางการแพทย์อย่างจริงจัง และบางคนบอกว่าเพราะว่าเรามาเรียนอยู่ในประเทศจีน

ก็ไม่ควรมาคาดหวังเรื่องภาษาอังกฤษในห้องเรียน ด้วยเหตุฉะนี้ ผมจึงอยากจะชี้แจงให้ทุกๆได้ทราบว่า

ในเอกสารตอบรับการเข้าเรียนของทางมหาวิทยาลัย (admission letter)

เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าหลักสูตรนี้เป็นภาษาอังกฤษ เริ่มตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปี 2014

ซึ่งผมเองก็ไม่ได้หวังว่าอาจารย์จะสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วหรือสมบูรณ์แบบ

แต่อย่างน้อยก็ควรจะเรียกศัพท์ทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้อง

ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดในห้องเรียนวิชาจักษุวิทยาที่วิทยาลัยแพทย์ Tongji

อาจารย์ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการได้ หลายครั้งที่เขาพูดคำว่า

Cornea เป็น Korea (ถ้าในภาษาไทยก็คือพูดคำว่ากระจกตาเป็นเกาหลี ในภาษาอังกฤษก็เช่นกัน

หากคุณเป็นนักเรียนอเมริกันก็จะได้ยินเช่นนั้น) ซึ่งทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไปโดยสิ้นเชิง

อาจทำให้นักเรียนไทยสับสนและเรียนรู้อะไรหลายสิ่งหลายอย่างมาผิดๆได้

ผมไม่ได้คาดหวังว่าอาจารย์จะไม่มีข้อบกพร่อง แต่อย่างน้อยเขาควรจะมีข้อมูลที่ถูกต้องให้กับนักศึกษา

และเมื่อเทียบกับค่าเทอมที่เราต้องจ่ายให้กับทางมหาวิทยาลัย

เราสมควรที่จะได้รับการเรียนการสอนจากบุคลากรที่มีคุณภาพมากกว่านี้

ผมเองก็ไม่ใช่นักศึกษาที่ดีเลิศ และผมก็ยอมรับว่าผมเรียนตกถึง 3 วิชา

ผมมีจุดอ่อนของผมเองที่คุณอาจจะมองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมคิดแง่ลบกับทางมหาวิทยาลัย

และไม่ว่าการสอนจะเป็นภาษาอังกฤษ จีนหรือแม้แต่สองภาษา

ถ้าไม่หมั่นทบทวนบทเรียนให้ดียังไงก็ไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้

ผมไม่ได้เน้นไปที่สื่อการเรียนการสอนที่ใช้ในห้องเรียนมากนัก แต่การที่เราจะเป็นแพทย์ได้ในอนาคต

เราควรที่จะคุ้นเคยกับการใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษทางการแพทย์ที่ถูกต้อง

เพราะเมื่อที่เราต้องกลับไปฝึกงานในไทย เราจะไม่ได้ใช้ภาษาจีนอีก

โดยเฉพาะการเขียนประวัติคนไข้และการวินิจฉัย

ซึ่งเราจะใช้ภาษาไทยผสมกับอังกฤษในบางครั้งและถ้าเป็นทางการจะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

ถึงแม้ว่าเราจะเข้าใจภาษาจีนทางการแพทย์ สามารถให้การวินิจฉัยโรคเป็นภาษาจีนได้ถูกต้อง

แต่หากไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษหรือไทยได้ก็คงไม่มีประโยชน์

เพราะการสอบใบประกอบวิชาชีพฯก็ใช้ภาษาไทยและอังกฤษในการสอบ

แต่ถ้าแพทย์คุ้นเคยแต่กับภาษาจีนและไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ

โอกาสที่จะสอบใบประกอบวิชาชีพฯผ่านก็คงลำบากขึ้น

ผมทราบว่าหลายๆคนคงไม่เห็นด้วยกับความคิดของผม แต่ผมก็ยังเคารพความคิดของคุณ

สำหรับคนที่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมกล่าวมา ผมหวังว่านี่จะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ

ขอให้นี่เป็นการโต้ตอบครั้งสุดท้าย ผมเองก็ได้ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศอื่น

สำหรับคนที่ยังเรียนอยู่ต่อที่ HUST หวังว่าจะประสบความสำเร็จในสายอาชีพ

รวมถึงคนที่ตัดสินใจว่าจะย้ายเช่นกัน

สำหรับคนที่คิดจะมาเรียนต่อในต่างประเทศ ผมแนะนำว่า

ไม่ควรเชื่อโฆษณาที่บริษัทตัวแทนทางการศึกษามากนัก

เพราะส่วนใหญ่แล้วบริษัทเหล่านี้คำนึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง

ไม่เคยคำนึงถึงคุณภาพของโรงเรียนหรือความเป็นจริงบางอย่างที่นักเรียนจะต้องพบเจอ

มันก็คือธุรกิจทางการศึกษา ถ้าต้องการที่จะหาสถานที่เรียน

ยิ่งถ้าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหม่หรือไม่เคยมีใครเคยจบจากที่มีมาก่อน ขอให้ไปดูให้เห็นกับตาด้วยตัวเอง

ทั้งโรงเรียน และโรงพยาบาลที่ใช้ในการเรียนการสอน ศึกษาหาข้อมูลของมหาวิทยาลัย

และประเทศนั้นๆให้ดีเสียก่อน ยกตัวอย่าง การสอบแข่งขันของเด็กไทยกันเองในโรงเรียน

อัตราการสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม การยอมรับของโรงเรียน

และจำนวนของผู้ที่ประสบความสำเร็จ เมื่อจบจากที่นั่น

จะให้ดีกว่านั้น ขอให้สมัครเรียนและส่งเอกสารไปด้วยตนเอง อาจจะเสียเวลา

มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นไปบ้างแต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้กับอนาคตที่เราเลือกเดิน

และในกรณีของการมาเรียนแพทย์

โรงพยาบาลที่ในการสอนระดับคลินิกก็สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของมหาวิทยาลัยเองด้วย

ผมอยากให้ผู้ปกครองและน้องๆได้รับข้อมูลที่เป็นความจริงและถูกต้อง

เผื่อที่ใช้ประกอบการตัดสินใจว่าเรารับสภาพความเป็นจริงที่เราจะต้องเผชิญได้หรือไม่

และขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” ครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

K. M.

นักศึกษาแพทย์หลักสูตร MBBS ชั้นปีที่ 4

mbbs china เรียนแพทย์ที่จีน

Advertisements